การ ทำตาสองชั้น วิธีต่างๆในปัจจุบัน ข้อดี-ข้อเสีย

ตาสองชั้น ปัจจุบันการทำตาสองชั้น เป็นที่นิยมมาก นอกจากจะเรื่องความสวยงามแล้ว หนังตาตก หย่อนคล้อยลงมาจะทำให้ดูแก่ ดูมีอายุมากขึ้น และบางครั้งหนังตาตกที่มาบังการมองเห็นอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องมาทำตาสองชั้นอีกด้วย ศัลยกรรมทำตาสองชั้นจึงเป็นหนึ่งในศัลยกรรมที่ทำมากที่สุด แต่การทำตาสองชั้นนั้นมีหลายวิธีมากมาย แล้วเราเหมาะกับแบบไหน แบบไหนดีกว่า? ซึ่งจริงๆแล้วทุกวิธีการทำตาสองชั้นมีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกัน ไม่มีวิธีไหนที่ดีที่สุดเหมาะกับทุกคน ศัลยแพทย์ที่ดีควรจะสามารถทำตาสองชั้นได้ทุกวิธี และเลือกวิธีที่ดีที่สุดที่เหมาะกับแต่ละคน เรามาดูกันว่าการทำตาสองชั้นมีกี่วิธี วิธีไหนบ้าง แต่ละวิธีมีข้อดีข้อเสียอย่างไร

ตาสองชั้น

การ ทำตาสองชั้น วิธีต่างๆในปัจจุบัน ตาสองชั้น
1. การ ทำตาสองชั้น โดยใช้เลเซอร์
2. การ ทำตาสองชั้น แบบเย็บ 3 จุด (Suture Technique)
3. การ ทำตาสองชั้น แบบแผลเล็ก (Minimal Incision Technique)
4. การ ทำตาสองชั้น แบบแผลยาว
5. การ ทำตาสองชั้น ร่วมกับตัดหนังส่วนเกินออก

6. การ ทำตาสองชั้น ร่วมกับ เปิดหัวตา หรือ แก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ย้ายไขมัน แก้ไขเบ้าตาลึก อื่นๆ

การ ทำตาสองชั้น วิธีเลเซอร์
ใช้เลเซอร์ที่มีชื่อว่า Plexr (เพล็กเซอร์) คุณสมบัติคือใช้คลื่น plasma ให้ผิวหนังบริเวณเปลือกตาส่วนที่หย่อนคล้อยหายไป เหมาะสำหรับผู้ที่มี ตาสองชั้นอยู่แล้ว แต่มีหนังตาหย่อนคล้อย หนังตาตก เล็กน้อย และยังไม่อยากผ่าตัด ข้อจำกัด คนที่มีตาชั้นเดียวแล้วต้องการมีตาสองชั้น เลเซอร์จะไม่ได้ผลดี แต่หากเปรียบเทียบกับการผ่าตัดทำตาสองชั้นแล้ว การทำตาสองชั้นวิธีผ่าตัดจะได้ผลดีและสวยงามกว่า

การ ทำตาสองชั้น แบบเย็บ 3 จุด (Suture Technique)
เป็นการ ทำตาสองชั้น โดยเย็บชั้นที่เปลือกตาโดยเจาะเป็นรูที่เปลือกตา 3 จุด ไม่ได้เป็นแผลกรีด เป็นวิธีการทำตาสองชั้นที่นิยมทำกันวิธีหนึ่ง

ข้อดีของการ ทำตาสองชั้น แบบเย็บ 3จุด
1. ไม่เห็นรอยแผลเป็น การทำตาสองชั้นวิธีนี้ เมื่อแผลติดดีรอยแผลจะไม่ค่อยเห็น เนื่องจากรูเล็กมาก
2. การทำตาสองชั้นวิธีนี้อาจจะบวมน้อย (แต่อาจไม่แตกต่างจากการทำตาสองชั้นวิธีกรีดแผลเล็กมากๆ ในศัลยแพทย์ที่ชำนาญ) ตาสองชั้น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*