จมูกคือจุดศูนย์กลางของใบหน้า

เสริมจมูกที่ไหนดี หากถามคนไทยยุคนี้ว่าอยากศัลยกรรมอวัยวะส่วนไหนในร่างกายมากที่สุด ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าหลายคนต้องตอบว่าเสริมจมูกที่ไหนดีก็ตามอย่างแน่นอน เคยได้ยินคำว่า “ดั้งโด่งชีวิตเปลี่ยน” กันไหมล่ะ อันนี้คอนเฟิร์มได้เลยว่าเป็นเรื่องจริง เพราะหลายคนแจ้งเกิดเพราะจมูกสวย ๆ กลายเป็นดาราหรือ เนตไอดอลไปแล้วหลายราย เพราะการศัลยกรรมจมูกสามารถปรับหน้าของคนเราให้เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือนั่นเอง ยิ่งกระแสหน้าตาแบ๊ว ๆ จมูกโด่ง ๆ สไตล์เกาหลีกำลังอินเทรนด์ยิ่งทำให้หลายคนอยากจะเสกดั้งตัวเองใหม่ให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยใช่ไหมล่ะ แถมนอกจากจะได้ความสวยงามมาแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่จะได้ก็คือโหงวเฮ้งที่ดีขึ้นทำอะไรก็จะเฮง ๆ ๆ นั่นเอง เห็นไหมว่าเสกจมูกครั้งเดียวได้กำไรตั้งสองต่อ แต่ก่อนที่เราจะไปเสริมจมูกที่ไหนดีก็ตาม มารู้กันนิดนึงก่อนว่าจริง ๆ แล้วการทำจมูกนั้นทำได้ทั้งเพื่อความสวยงามหรืออาจจะเป็นการแก้ไขก็ได้ เช่น เพิ่มขนาด ลดขนาด เปลี่ยนทรงปลายจมูก ทำรูจมูกเล็กลง หรือแม้แต่การทำจมูกให้มีดั้ง โดยซิลิโคนที่เราใช้นั้นเป็นแบบ Medical

เสริมจมูกที่ไหนดี

หลังผ่าตัดให้นอนในท่านั่งหลับ 90 องศา อย่างน้อย 3 วัน หรือนอนหนุนหมอนสูงอย่างน้อย 2-3 วัน ศีรษะอยู่ในมุม 90 องศา ห้ามนอนตะแคงหน้า เสริมจมูกที่ไหนดี
ควรประคบเย็นอย่างเดียว บริเวณหน้าผากและแก้มทั้งทั้งสองข้าง 24 ชม. หมั่นประคบเย็นบ่อยๆ ประมาณ 3-5 วัน(ห้ามประคบบริเวณสันจมูก เพราะจะทำให้จมูกเบี้ยว)
ขณะนั่งอยู่ อาจมีเลือดที่ค้างจากการผ่าตัดไหลออกมา ให้ใช้ Cotton Bud ที่เปิดห่อใหม่ใช้ซับแทนได้
หากมีสะเก็ดเลือดเกาะบริเวณจมูก ใช้ Cotton Budชุบน้ำต้มสุกเช็ดทำความสะอาดเบาๆ
แพทย์จะติดพลาสเตอร์ไว้ให้ จะต้องปิดอย่างน้อย 3 วันเพื่อป้องกันจมูกเบี้ยวและเอียง
กรณีล้างหน้าอย่าให้แผลโดนน้ำประมาณ 7 วัน เพราะแผลอาจติดเชื้อได้ แต่สามารถนำสำลีชุบน้ำต้มสุกเช็ดทำความสะอาดได้และควรระวังอย่าให้น้ำเข้าจมูก ถ้าน้ำเข้าให้รีบใช้ Cotton Bud ซับให้แห้งทันที
ไหมที่ใช้ในการศัลยกรรมจมูกเป็นไหมละลายซึ่งจะละลายไปเองประมาณ 2-3 สัปดาห์ (ยกเว้นตัดปีกจมูก แพทย์จะนัดมาตัดไหมเมื่อครบ 1 สัปดาห์)
ห้ามรับประทานอาหารหมักดอง และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 2-3 สัปดาห์ เนื่องจากอาหารประเภทนี้เป็นของแสลง อาจทำให้จมูกที่หายบวมแล้วกลับมาบวมอีกครั้ง
ห้ามใส่แว่นทุกประเภท ประมาณ 1 เดือน
ไม่ควรออกกำลังกายหนักๆ เช่น การวิ่ง ว่ายน้ำ อย่างน้อย 1 เดือน เสริมจมูกที่ไหนดี

ไม่เก่งจริงทำไม่ได้ กับการเปลี่ยนสาวหน้าเหลี่ยม เป็นสาวหน้าเรียว

โรงพยาบาลเลอลักษณ์สวัสดีค่ะทุกคน วันนี้เรามารีวิวหลังมาอัพสวยที่เลอลักษณ์ให้ทุกคนได้ชมนะคะ เป็นการแชร์ประสบการณ์ที่มันที่สุดในชีวิตของเราเลยค่ะ ต้องขอเกริ่นก่อนคือก่อนหน้านี้ ถ้าเห็นจากภาพจะรู้เลยว่าเราหน้าคือแบบธรรมดามากๆ ผิวดำกร้าน หน้าคือแบบควรตัดกรามอย่างด่วน แต่ด้วยความกลัวจึงพยายามใช้วิธีง่ายๆ คือการฉีด Botox ลดให้หน้าเรียว แต่ผลสุดท้ายก็ไม่ช่วยอะไรค่ะ ในที่สุดเราก็ต้องเลือกตัดกราม หนทางสุดท้าย เราจึงพยายามหาดูรีวิวเยอะๆ จัดหนักจัดเต็ม ชุดใหญ่ไฟกระพริบ ถ้าใครสนใจเราแนะนำเเละเชียร์ที่นี่สุดใจเลยนะคะ เพราะที่นี่ทำให้เราเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเลยค่ะ แถมมันเจ็บน้อย แผลสวยมาก ไม่มี Effect อะไรเลยค่ะ…

โรงพยาบาลเลอลักษณ์

ก่อนทำ โรงพยาบาลเลอลักษณ์ เราก็พยายามที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองอยู่ตลอดเวลา พยายามหาคลินิคเเละโรงพยาบาลศัลยกรรมในหลายๆที่ เเต่ก็ยังตัดสินใจไม่ได้ซักที เนื่องด้วยจากความกลัว หลายๆอย่างค่ะ จนวันหนึ่งเราเปิดมาเจอเพจของโรงพยาบาลเลอลักษณ์ค่ะ พยายามอ่านดูรีวิวเยอะๆ เคสที่ออกมามีแต่คนทำเเล้วสวยๆทั้งนั้นเลยค่ะ จนในที่สุด เราเลยลอง Inbox ไปคุยกับทางเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่น่ารักมากๆค่ะ ให้ข้อมูลเเละคำแนะนำเราทุกอย่าง จนในที่สุดเราตัดสินใจทำที่นี่เเน่นอน…

 

คุณหมอได้ประเมินว่ากรามของเราถ้าตัดออกมาจะชิ้นใหญ่มาก หลังทำจะบวมช้ำ แต่หลังจากหายดีเเล้ว หน้าจะดูเป็น V Shape มากขึ้น โดยเฉพาะมุมข้าง ที่จะเห็นชัดสุด ส่วนหน้าตรงจะดูเรียวขึ้น แถมที่นี่ใช้ยาสลบ โดยวิสัญญีเเพทย์ ความปลอดภัยมาอันดับ 1 ควบคู่ความสวย โรงพยาบาลเลอลักษณ์

รีวิวเสริมจมูกกับคุณหมอปิติ รพ. เลอลักษณ์

เลอลักษณ์สวัสดีชาวพันทิพค่ะ กระทู้แรกหากผิดพลาดประการใด ขออภัยด้วยนะคะ
เม่าเหม่อเม่าเหม่อเม่าเหม่อ

เรื่องมีอยู่ว่า…เราตัดสินใจเสริมจมูกที่โรงพยาบาลเลอลักษณ์

เลอลักษณ์

“โทรไปจองคิว” เลอลักษณ์
พนักงานก็ถามๆว่าเราต้องการทำอะไร
สะดวกเข้าไปวันที่เท่าไหร่?? ก็จองเวลากับวันที่ไปเรียบร้อย
ทาง รพ. ขอแค่ชื่อกับเบอร์มือถือไปค่ะ
(ในช่วงก่อนวันนัดพนง.จะโทรถาม โทรคุย จขกท.โดนโทรคอนเฟิร์มไป 3-4 ครั้ง ใน 1 อาทิตย์ทีเดียว สงสัยกลัวไม่ไป ฮ่าๆ)

“วันนัด”
19.00 ถึงที่หมาย นัดช่วงค่ำเพราะเป็นวันทำงานและอยู่ค่อนข้างไกลคะ
รพ.หาไม่ยากอยู่ติดถนนใหญ่เลย
ความประทับใจแรก รพ.ออกแบบสวย คลาสสิก สะอาด
คิวไม่เยอะค่ะ อาจเป็นเพราะไปช่วงดึกคนเลยน้อย

ไปถึงอย่างแรกคือ เดินไปที่เคาเตอร์ ยื่นบัตรประชาชนของเราออกไป
พนง. ก็จะทำประวัติให้สัก 5 นาทีค่ะ
พอพนง.เรียก เค้าก็จะถามเราว่าต้องการซิลิโคนแบบไหน ราคาเท่านี้ๆ คุณหมอคนนี้นะ โอเคไหม
มีข้อปฏิบัติอะไรบ้างหลังทำจมูก บลาๆๆๆ
ด้วยความอยากมีดั้ง เลยตกลงอย่างว่องไว เดินขึ้นชั้นสองไปที่เคาเตอร์รับยา
สิ่งที่ได้ คือ แก้บวม ฆ่าเชื้อ แก้ปวด (3 อย่างนี้คือยาบังคับ ต้องจ่ายและต้องกิน”
ส่วนที่เพิ่มมาคือ ครีมลดรอยช้ำ auriderm XO5 gm
จขกท.เป็นคนช้ำง่าย หายยาก กระปุกเล็กๆ ราคา 590 บาท
ถุง Coldhot Pack 3M 2 ถุง ไว้สลับประคบ ชิ้นละ 250 บาท = 500 บาท
สองอย่างหลังนี้แล้วแต่ความต้องการของเรานะค่ะ ถ้ามีแล้วไม่ต้องซื้อได้ค่ะเลอลักษณ์

นวัตกรมใหม่ยกกระชับผิวอย่างมั่นใจ ด้วย hifu ราคาไม่แพง

Hifuที่ไหนดี อยากมีใบหน้าสวยกระชับต้องทำ hifu กันเลย ซึ่ง hifu คืออะไรและ hifu ราคาประมาณเท่าไหร่ เรามีคำตอบ สำหรับใครที่เข้าคลินิกเสริมความงามเป็นประจำ ก็คงจะได้รู้จักกับนวัตกรรมการยกกระชับหน้าเรียวแบบใหม่ ที่มีชื่อเรียกสั้น ๆ ว่า HIFU กันมาบ้างแล้ว แต่อาจจะยังไม่รู้จักดีว่ามันคืออะไร Hifu เป็นชื่อย่อของ High Intensity Focus Ultrasound

Hifuที่ไหนดี

หรือการใช้คลื่นเสียงที่มีความถี่สูง Hifuที่ไหนดี มาปล่อยโดยโฟกัสบริเวณที่ต้องการเป็นจุด ๆ ไป เพื่อที่จะกระตุ้นให้เกิดการกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ของร่างกายพร้อมกับคอลลาเจนจึงทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์มากยิ่งขึ้น และนี่คือข้อดีของการทำ Hifu 1.ใช้ระยะเวลาในการทำที่ไม่นานมากนัก เพียงแค่ 60 นาทีในขั้นตอนการทำ ก็สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าได้เลยว่า ผิวดูกระชับมากยิ่งขึ้น ริ้วรอยที่เคยมีก็เลือนไป ผิวมีความราบเรียบเสมอกัน บริเวณแนวสันกราม โหนกแก้ม และแนวคิ้วดูยกกระชับและคมชัดมากกว่าเดิม (แต่ส่วนมากแล้วแพทย์มักจะแนะนำให้เริ่มต้นที่ 30 นาทีก่อน) 2.เป็นการยกกระชับจากเนื้อเยื่อภายในกล้ามเนื้อ Hifu เป็นเทคโนโลยีเดียวที่สามารถกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อและคอลลาเจนใหม่ภายในเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อได้ เมื่อจำนวนคอลลาเจนเพิ่มขึ้น ก็จะเกิดกระบวนการยึดเนื้อและคอลลาเจนให้แน่นยิ่งขึ้น จึงทำให้ใบหน้าดูกระชับมากขึ้นนั่นเอง ดีกว่าร้อยไหม และไม่เจ็บเหมือนผ่าตัดใต้ผิวหนัง 3.มีความปลอดภัยสูง Hifu Hifuที่ไหนดี

แพทย์วางซิลิโคนไว้ตำแหน่งไหนของเต้านม?

เสริมนม ตำแหน่งที่แพทย์จะวางซิลิโคนจะมีอยู่ 2 ตำแหน่ง คือ วางใต้กล้ามเนื้อ หรือ วางใต้ตัวเนื้อนม ซึ่งแพทย์จะเลือกตำแหน่งไหนนั้นจะดูลักษณะโครงสร้างเต้านมเป็นหลัก ไม่ได้ขึ้นกับความพอใจของผู้ที่มาเสริมอกอย่างเดียว

เสริมนม

กรณีวางใต้กล้ามเนื้อ การวางที่ตำแหน่งนี้จะต้องมีการตัดกล้ามเนื้อบางส่วนออกไป ตอนทำจึงเจ็บมากและต้องพักฟื้นนาน แต่หลังเสริมจะได้เนินอกสวยลาดเอียงเป็นธรรมชาติ ลดปัญหาการคลำเจอหรือมองเห็นขอบถุงซิลิโคน ลดโอกาสที่ถุงซิลิโคนจะหย่อนคล้อย และโอกาสที่จะเกิดพังผืดเกาะรอบซิลิโคนมีน้อย เสริมนม

กรณีวางใต้ตัวเนื้อนม หลังเสริมเต้านมจะชิดกันดูสวยงาม แถมยังไม่ค่อยเจ็บเพราะไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวกับกล้ามเนื้อ แต่ตำแหน่งนี้มีโอกาสเกิดพังผืดสูง และไม่เหมาะกับคนที่รูปร่างผอม เนื้อเต้านมน้อย เพราะจะเห็นขอบซิลิโคนชัดเจน

การ เสริมหน้าอก ไม่ว่าจะวางซิลิโคนไว้ตรงตำแหน่งไหนไม่มีผลต่อการให้นมบุตร เนื่องจากถุงซิลิโคนวางอยู่ด้านใต้เนื้อนมส่วนที่ใช้สร้างน้ำนม จึงไม่มีผลกระทบต่อการสร้างน้ำนมแต่อย่างใด หากตั้งครรภ์ก็สามารถให้นมบุตรได้ตามปกติเสริมนม

กรณีวางใต้ตัวเนื้อนม หลังเสริมเต้านมจะชิดกันดูสวยงาม

เสริมหน้าอกกรณีวางใต้ตัวเนื้อนม หลังเสริมเต้านมจะชิดกันดูสวยงาม แถมยังไม่ค่อยเจ็บเพราะไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวกับกล้ามเนื้อ แต่ตำแหน่งนี้มีโอกาสเกิดพังผืดสูง และไม่เหมาะกับคนที่รูปร่างผอม เนื้อเต้านมน้อย เพราะจะเห็นขอบซิลิโคนชัดเจน

เสริมหน้าอก

การ เสริมหน้าอก ไม่ว่าจะวางซิลิโคนไว้ตรงตำแหน่งไหนไม่มีผลต่อการให้นมบุตร เนื่องจากถุงซิลิโคนวางอยู่ด้านใต้เนื้อนมส่วนที่ใช้สร้างน้ำนม จึงไม่มีผลกระทบต่อการสร้างน้ำนมแต่อย่างใด หากตั้งครรภ์ก็สามารถให้นมบุตรได้ตามปกติ

ต้องนวดหน้าอกหลังเสริมหรือไม่? เสริมหน้าอก

นี่คงเป็นข้อสงสัยในใจของหลายๆ ท่าน ด้วยที่ผ่านมาหลังเสริมแพทย์มักจะกำชับให้นวดหน้าอกอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากการ เสริมหน้าอก ด้วยถุงซิลิโคนนั้น ร่างกายจะสร้างพังผืดมาห้อมล้อมถุงซิลิโคนไว้เสมอ ถ้าพังผืดมีมากก็อาจทำให้เต้านมมีลักษณะแข็งตึงไม่เหมือนธรรมชาติได้ แต่เดี๋ยวนี้ก็มีที่ว่าเสริมแล้วไม่ต้องนวดด้วย ทำให้บางท่านอาจสับสน ดังนั้นขออธิบายให้เข้าใจพอสังเขปดังนี้

หลังเสริมแล้วไม่ต้องนวดจะแบ่งเป็น 2 กรณีคือ

กรณีเสริมด้วยซิลิโคนทรงกลม ที่เป็นถุงซิลิโคนเจลรุ่นใหม่ๆ คุณภาพสูง ซึ่งเจลที่อยู่ภายในถุงซิลิโคนมีความหนาแน่นสูง มีโมเลกุลเชื่อมโยงกันเป็นอย่างดี โอกาสเกิดพังผืดจะน้อยมากเมื่อเทียบกับถุงเจลเสริมหน้าอกทั่วไป หากเสริมซิลิโคนขนาดไม่ใหญ่ก็ไม่จำเป็นต้องนวด แต่ ถ้าเสริมขนาดใหญ่ตั้งแต่ 300 ซี.ซี. ขึ้นไป ต้องนวดให้มีการขยับของซิลิโคนบ้างป้องกันการเกิดพังผืด
กรณีเสริมด้วยซิลิโคนทรงหยดน้ำ ด้วยลักษณะรูปทรงเฉพาะหากนวดอาจมีโอกาสบิดเบี้ยวผิดรูปได้ โดยปกติแพทย์จะไม่แนะนำให้นวดเลย แต่ถ้าใส่ขนาดใหญ่ตั้งแต่ 300 ซี.ซี. ขึ้นไป อาจต้องนวดบ้างเล็กน้อยให้มีการขยับของซิลิโคนบ้างเพื่อป้องกันพังผืด แพทย์จะแนะนำวิธีการนวดที่ถูกต้องให้ เพราะหากนวดผิดวิธี ก็อาจเสี่ยงทำให้ เต้านมบิดเบี้ยวผิดรูป
ในกรณีเสริมด้วยซิลิโคนทรงกลมทั่วไป ที่ไม่ใช่ซิลิโคนเจลรุ่นใหม่ หลังเสริมจะต้องทำการนวดหน้าอก เพื่อป้องกันปัญหาการเกิดพังผืดหดรัดถุงซิลิโคนทำให้เต้านมที่เสริมไปแข็งตัว โดยปกติซิลิโคนทรงกลมจะนวดได้ง่าย ไม่ต้องกังวลว่าจะเสียทรงหรือบิดเบี้ยวเหมือนทรงหยดน้ำและแพทย์มักแนะนำให้นวดนานประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปี ควรรอให้หายเจ็บปวดก่อนจึงจะเริ่มนวดโดยนวดเบาๆ รอบเต้านม วันละ 2-3 รอบ รอบละประมาณ 3-5 นาที กรณีเสริมด้วยซิลิโคนผิวทราย ควรเริ่มนวดหลังจากสองสัปดาห์ไปแล้ว ถ้ารีบนวดอาจทำให้เกิดการเสียดสีกับโพรงใต้กล้ามเนื้อทำให้เกิดเลือดซึมออกมาภายในได้ และไม่จำเป็นต้องนวดบ่อย เพราะโดยผิวที่ขรุขระของถุงซิลิโคนจะช่วยลดการเกิดพังผืดได้ในระดับหนึ่ง ส่วนการเสริมด้วยซิลิโคนผิวเรียบสามารถเริ่มนวดได้เร็วและจะไม่ค่อยเจ็บมากเวลานวด เสริมหน้าอก

รีวิว ศัลยกรรมแก้จมูก สวยหรือพัง ตามมาดู

แก้จมูก สำหรับคนที่มีปัญหาเหมือนเราคือ จมูกสั้น จมูกเล็ก เนื้อน้อย หนังน้อย ปลายทู่เชิดไม่มีเนื้อ เราเลยอยากมาแชร์ประสบการณ์ตรงที่เราไปทำมาค่ะ

แก้จมูก
เผื่อเป็นประโยชน์สำหรับคนที่กำลังต้องการหาที่ปรึกษา หรือ แก้ไข จมูก โดยเฉพาะคนที่จมูกสั้น เนื้อน้อย หนังน้อย จำพวกนี้ ( คือเราเอง ) ต้องบอกเลยว่าถือเป็นเคสที่ยาก ลำพังเสริมจมูกครั้งแรก ใช้การกรีดข้างๆ รูจมูกเพื่อใส่กะดูกสังเคราะห์หรือ ซิลิโคนก็ยากอยู่แล้ว เพราะหนังน้อย หนังบาง เสี่ยงทะลุ ยิ่งเป็นงานแก้ด้วย ยิ่งไม่ต้องพูดถึง เคสยากแน่นอนและซับซ้อนมาก แก้จมูก

เราเองทำจมูกครั้งแรกที่เมืองไทย กับคุณหมออะไร คลินิกอะไร จำไม่ได้ เพราะตอนนั้นยังเด็กไม่ได้สนใจ เวลาผ่านไป จมูกเจ้ากรรม ดันเชิดขึ้น เชิดขึ้นเรื่อยๆ คล้ายเป็นจมูกหมู

สภาพจมูกก่อนไปทำที่เกาหลี (จมูกเดิม)

เราเริ่มจากการไปปรึกษามาหลายคลินิกในไทย ทุกที่บอกเหมือนกันหมดว่า เคสจมูกสั้นเนื้อน้อยแก้ยาก บางที่ปฎิเสธเลยไม่ทำให้เพราะบอกว่าหนังไม่พอจะมาปิดหลังการแก้ไข บางที่บอกให้ไปยืดหนังจมูก ด้วยการดึงจมูกลงทุกวัน เป็นเวลาอย่างต่ำปีครึ่ง ทำแบบนี้จะช่วยให้หนังยืดหยุ่นๆ ยืดให้เหี่ยวๆ แบบข้อศอกก่อน แล้วค่อยกลับมาทำใหม่ ( ร้องไห้หนักมากตอนได้ยินวิธีนี้ เพิ่งเคยได้ยิน ที่นี่คุณหมอดุด้วยค่ะ พูดจาไม่ค่อยดีเยย) บางที่บอกต้องทำแบบเปิดจมูกเพื่อปรับโครงสร้างจมูกใหม่ ต้องใช้กระดูกหู แต่พอไปศึกษาในอินเทอร์เน็ต ว่าการผ่าตัดแบบเปิด ข้อผิดพลาดที่อาจเเกิดขึ้นได้มีอะไรบ้าง เจอเคสทำจมูกแบบเปิดที่ผิดพลาดเยอะมาก หนังหด หนังหายเข้าไป บางเคสจมูกผิดรูปหนักกว่าเดิม เสียโฉมไปเลยก็มี ยิ่งหาข้อมูลเรายิ่งกลัว เลยตั้งใจว่าจะเลือกที่ดีๆหน่อย ขอชัวร์ แล้วแก้ทีเดียว ไม่อยากเจ็บตัวอีก ก็เลยหาไปเรื่อยๆ

ด้วยความอยากรู้และไม่ค่อยขี้กลัว จึงไปดูในยูทูปว่าการผ่าตัดแบบเปิดจมูกและใช้กระดูกหูเป็นอย่างไร โหววววดูยากจริง ทุกรอยกรีด คือต้องเป๊ะมาก แล้วยิ่งเคสที่แก้ คือต้องค่อยๆเลาะของเก่าออก ทำให้ผิวหนังเราจะยิ่งบาดเจ็บและบางกว่าเดิม หมอต้องเก่งมากๆจริงๆ จึงเข้าใจว่าทำไม หมอ ถึงบ่นว่าเคสของเรามันยากเพราะหนังเราบาง เนื้อเราน้อย แก้จมูก

ในกรณีเสริมด้วยซิลิโคนทรงกลมทั่วไป ที่ไม่ใช่ซิลิโคนเจลรุ่นใหม่ หลังเสริมจะต้องทำการนวดหน้าอก

ทำนม ในกรณีเสริมด้วยซิลิโคนทรงกลมทั่วไป ที่ไม่ใช่ซิลิโคนเจลรุ่นใหม่ หลังเสริมจะต้องทำการนวดหน้าอก เพื่อป้องกันปัญหาการเกิดพังผืดหดรัดถุงซิลิโคนทำให้เต้านมที่เสริมไปแข็งตัว โดยปกติซิลิโคนทรงกลมจะนวดได้ง่าย ไม่ต้องกังวลว่าจะเสียทรงหรือบิดเบี้ยวเหมือนทรงหยดน้ำและแพทย์มักแนะนำให้นวดนานประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปี ควรรอให้หายเจ็บปวดก่อนจึงจะเริ่มนวดโดยนวดเบาๆ รอบเต้านม วันละ 2-3 รอบ รอบละประมาณ 3-5 นาที กรณีเสริมด้วยซิลิโคนผิวทราย ควรเริ่มนวดหลังจากสองสัปดาห์ไปแล้ว ถ้ารีบนวดอาจทำให้เกิดการเสียดสีกับโพรงใต้กล้ามเนื้อทำให้เกิดเลือดซึมออกมาภายในได้ และไม่จำเป็นต้องนวดบ่อย เพราะโดยผิวที่ขรุขระของถุงซิลิโคนจะช่วยลดการเกิดพังผืดได้ในระดับหนึ่ง ส่วนการเสริมด้วยซิลิโคนผิวเรียบสามารถเริ่มนวดได้เร็วและจะไม่ค่อยเจ็บมากเวลานวด

ทำนม

เตรียมตัวอย่างไรก่อน เสริมหน้าอก ทำนม

เมื่อมาพบแพทย์ควรสอบถามแพทย์ให้เข้าใจเกี่ยวกับการเสริมหน้าอก เช่น ซิลิโคนที่ใช้, เทคนิคการผ่าตัด, การดูแลหลังทำ, ภาวะแทรกซ้อน เป็นต้น เพื่อความเข้าใจและมั่นใจที่จะเข้ารับการผ่าตัด ตลอดจนแจ้งแพทย์ให้ทราบว่าต้องการหน้าอกขนาดใหญ่เท่าไร หรือขนาดของซิลิโคนที่ต้องการ แต่ทั้งนี้ การเลือกขนาดซิลิโคนจะต้องคำนึงถึงเนื้อนมว่ามีมากพอที่จะรองรับด้วยหรือไม่ ซึ่งแพทย์จะช่วยพิจารณาและแนะนำ
แจ้งประวัติสุขภาพให้แพทย์ทราบ เช่น โรคประจำตัว, ยาที่รับประทานเป็นประจำ ควรนำยาที่รับประทานอยู่ทั้งหมดมาปรึกษาแพทย์ก่อนทำผ่าตัด
ผู้เข้ารับการผ่าตัดจะได้รับการตรวจสุขภาพร่างกายทั่วไป และตรวจเลือดก่อนผ่าตัด
งดการใช้ยาที่มีฤทธิ์ต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน ประมาณ 2 สัปดาห์ และงดวิตามิน อาหารเสริมที่มีผลต่อการบวมช้ำของแผลได้ เช่น วิตามิน A, วิตามิน E, น้ำมันตับปลา ประมาณ 1สัปดาห์ ก่อนผ่าตัด
งดสูบบุหรี่ทั้งก่อนและหลังผ่าตัดเสริมนม ประมาณ 2 สัปดาห์ เนื่องจากนิโคตินในบุหรี่อาจจะลดประสิทธิภาพในการหายของแผล และงดดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 1 สัปดาห์
เนื่องจากการผ่าตัดเสริมหน้าอกแพทย์จะต้องมีการเลาะช่องสำหรับใส่ถุงซิลิโคนในบริเวณกว้างพอสมควร และเพื่อลดความเครียดกังวลใจขณะผ่าตัด จึงต้องทำโดยการดมยาสลบ ก่อนผ่าตัดต้องงดอาหารและน้ำอย่างน้อย 6 ชั่วโมง เพื่อมิให้เกิดการสำลักอาหารที่อาจจะค้างในกระเพาะอาหารได้ในระหว่างดมยาสลบ ทำนม

การเสริมจมูกด้วยกระดูกอ่อนซี่โครงมีรายละเอียดในการทำที่ค่อนข้างยุ่งยากกว่าการเสริมด้วยซิลิโคนทั่วไป เพราะต้องผ่าตัดนำกระดูกอ่อนซี่โครงออกมา

ศัลยกรรมจมูก อย่างไรก็ตาม การเสริมจมูกด้วยกระดูกอ่อนซี่โครงมีรายละเอียดในการทำที่ค่อนข้างยุ่งยากกว่าการเสริมด้วยซิลิโคนทั่วไป เพราะต้องผ่าตัดนำกระดูกอ่อนซี่โครงออกมา แล้วนำมาตกแต่งให้ได้รูปทรงตามต้องการก่อนจะไปจัดวางไว้ในจมูก ซึ่งต้องอาศัยศัลยแพทย์ที่มีความรู้และประสบการณ์สูง (ในงานด้านจมูก) จริงๆ ดังนั้น ควร ทำจมูกที่ไหนดี จึงเป็นคำถามที่ต้องหาคำตอบอย่างรอบคอบ ศึกษาข้อมูลให้รอบด้านทั้งขั้นตอนการทำและเลือกทำกับศัลยแพทย์ที่เชี่ยวชาญ เพราะไม่ใช่ศัลยแพทย์ทุกคนจะทำได้

ศัลยกรรมจมูก

การเสริมจมูกด้วยกระดูกอ่อนซี่โครง คนไข้จะต้องดมยาสลบ ศัลยกรรมจมูก จึงต้องงดน้ำงดอาหารก่อนทำอย่างน้อย 6 ชม. โดยแพทย์จะเปิดแผลผ่าตัดใต้ราวนม ขนาด 2-3 ซม. เพื่อนำกระดูกอ่อนจากซี่โครงออกมา การผ่าตัดใต้ราวนมก็เพื่อซ่อนรอยแผลผ่าตัด เมื่อตัดกระดูกอ่อนซี่โครงออกมาก็จะนำมาเหลาให้ได้รูปทรงและขนาดตามต้องการ จากนั้นผ่าเปิดแผลที่จมูกแล้วนำกระดูกอ่อนเสริมเข้าไป ซึ่งการผ่าเสริมทำได้ 2 วิธีคือ (1) เสริมแบบเปิด (Open Rhinoplasty) จะผ่าตัดเปิดเห็นโครงสร้างภายในจมูก ทำให้ผ่าตัดแก้ไขรูปทรงจมูกได้ดีและสามารถตกแต่งปลายจมูกได้อย่างชัดเจน และ (2) เสริมแบบปิด (Closed Endonasal Rhinoplasty) แพทย์จะเปิดแผลภายในช่องจมูกและใส่วัสดุที่ต้องการเสริมเข้าไปตามรอยแผลผ่าตัดพร้อมกับตกแต่งโครงสร้างภายในจมูกและปลายจมูก เป็นเทคนิคที่ทำได้ยากกว่าแบบเปิด แผลผ่าตัดจะมองไม่เห็นจากภายนอก ซึ่งจะเลือกทำวิธีไหนขึ้นกับดุลยพินิจของแพทย์ผู้รักษา และโครงสร้างจมูกของผู้ป่วย เช่น ถ้าจมูกเอียงร่วมด้วยก็เหมาะจะเสริมจมูกแบบเปิด เป็นต้น การผ่าตัดใช้เวลาอย่างน้อย 3 ชั่วโมง หลังผ่าตัดจะต้องนอน รพ. 1 คืน ศัลยกรรมจมูก

วิธีดูแลหลังผ่าตัดปีกจมูก

ตัดปีกจมูก การผ่าตัดปีกจมูกไม่ต้องนอนพักฟื้นที่โรงพยาบาล ดังนั้นการดูแลแผลตัดปีกจมูกจึงเป็นหน้าที่ของสาว ๆ ที่ต้องทำเองค่ะ โดยหลังจากที่ผ่าตัดปีกจมูกเสร็จให้ประคบเย็นทันทีต่อเนื่องเป็นเวลา 48 ชั่วโมง โดยอุปกรณ์ที่ใช้ประคบเย็นควรเป็นวัสดุน้ำหนักเบาอย่าง ผ้าแช่น้ำเย็นบิดให้หมาด หรือถุงเจลแช่เย็น ทั้งนี้ใน 3 วันแรก

 

ตัดปีกจมูก

ต้องระวังอย่าให้แผลโดนน้ำ เพราะอาจทำให้แผลไม่แห้งสนิทเกิดการอักเสบหรือติดเชื้อได้ นอกจากนี้เวลานอนควรหนุนหมอนให้ศีรษะสูงเข้าไว้จะช่วยลดอาการบวมได้ ช่วงนี้ให้รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ควรเลี่ยงอาหารรสจัด และที่สำคัญที่สุดอย่าลืมรับประทานยาตามที่แพทย์สั่งเด็ดขาด ตัดปีกจมูก

ลักษณะแผลผ่าตัดปีกจมูก

ลักษณะของแผลผ่าตัดปีกจมูก ในระยะแรก ๆ จะมีอาการบวมและฟกช้ำ จากนั้นจะค่อย ๆ บวมน้อยลงประกอบกับแผลจะเริ่มแห้งภายใน 7 วัน และหลังจากแผลเริ่มแห้งดีแล้วคุณสามารถทายาเพื่อป้องกันการเกิดแผลเป็นได้ค่ะ แต่ส่วนใหญ่แล้วแผลผ่าตัดปีกจมูกนั้นเมื่อหายดีแล้วมักจะมองไม่ค่อยเห็น เพราะแพทย์จะเย็บแผลซ่อนบริเวณขอบของปีกจมูกเอาไว้ ทำให้มองไม่เห็นแผลจากภายนอก แต่ทั้งนี้กว่าแผลจะหายดีและจมูกจะเข้าที่นั้น อาจต้องใช้ระยะเวลาประมาณ 1-2 เดือน ตัดปีกจมูก