การใช้เครื่องสำอางมีผลให้เกิด ฝ้า ได้ด้วยหรือ? เป็นไปได้ค่ะ

รักษาฝ้าบางท่านอาจสงสัยว่าการใช้เครื่องสำอางมีผลให้เกิด ฝ้า ได้ด้วยหรือ? เป็นไปได้ค่ะ หากเครื่องสำอางมีส่วนผสมของน้ำหอม ซึ่งในน้ำหอมมักมีส่วนผสมของสารเคมีหลายชนิด เมื่อได้รับแสงแดดหรือความร้อนจะมีปฏิกิริยากับเซลล์สีของผิวหนังเกิดเป็นสีดำเข้มขึ้นได้

รักษาฝ้า

ประเภทของ ฝ้า มี 2 แบบคือ รักษาฝ้า

ฝ้าแบบตื้นจะอยู่ในระดับผิวหนังกำพร้า (ผิวหนังชั้นนอก) ฝ้าชนิดนี้จะเป็นสีน้ำตาล ขอบชัด เกิดขึ้นได้ง่าย รักษาให้หายได้และใช้เวลาไม่นาน
ฝ้าแบบลึกจะอยู่ในระดับที่ลึกกว่าผิวหนังกำพร้า ด้วยความลึกจึงทำให้เกิดการแสดงสีออกมาเป็นสีน้ำตาลอมฟ้าหรือสีน้ำตาลอมม่วง เป็นฝ้าที่รักษาได้ยาก การทายามักให้ผลเพียงแค่ทำให้ดูจางลงเท่านั้น
อันที่จริง ฝ้า เป็นปัญหาผิวที่ไม่ร้ายแรง ไม่ทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนหรือเกิดอันตรายใดๆ เพียงแต่มีผลกระทบในแง่ภาพลักษณ์ ทำให้หน้าตาดูหมองคล้ำ ไม่สวยงาม บั่นทอนความมั่นใจและบุคลิกภาพ คนที่ หน้าเป็นฝ้า แล้วอยากรักษาให้หายขาดหรือจางลง ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนัง ไม่ควรรักษาเอง เนื่องจากการ รักษาฝ้า ถ้าจะให้ได้ผล จะต้องทราบปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดฝ้าก่อนแล้วรักษาให้ตรงจุดก็จะได้ผลดี หรือการใช้ยาทารักษาฝ้าบางตัว ก็ต้องอยู่ในความควบคุมของแพทย์เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้

การ รักษาฝ้า

การรักษาจะได้ผลดีมักต้องใช้หลายๆ วิธีร่วมกัน ดังนี้

การใช้ครีมกันแดด คนที่เป็น ฝ้า ควรใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไป และต้องเป็นแบบ PA+++ โดยในการทาครีมกันแดดให้ทา 2 ครั้ง คือ เช้า และ เที่ยง ก่อนทาช่วงเที่ยงควรล้างหน้าก่อนทาด้วย และในการทาอย่าทาบางจนเกินไป

การทายารักษา มียาหลายชนิดที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน เช่น ไฮโดรควิโนน, กรดอาซีลาอิก, กรดโคจิก, อนุพันธุ์ของวิตามิน เอ จะช่วยให้ฝ้าจางลงและทำให้หน้าดูกระจ่างใสขึ้นได้ แต่ต้องใช้ระยะเวลาในการรักษานานพอสมควร โดยปกติจะใช้เวลาอย่างน้อย 2-6 เดือน จึงไม่ควรใจร้อน สำหรับการใช้ยาทาไม่ควรซื้อมาใช้เองเพราะอาจมีผลเสียกับผิวหน้าได้ ควรอยู่ในความดูแลอย่างใกล้ชิดของแพทย์ผิวหนัง และแพทย์จะแนะนำให้หยุดยาคุมกำเนิดด้วยจะช่วยให้ผลการรักษาดียิ่งขึ้น รักษาฝ้า

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*